คณะกรรมการบริหารธนาคารหมู่บ้านตาแนวพระราชดำริบ้านคลองมะงั่ว
การที่องค์กรไม่ว่าขนาดเล็กขนาดใหญ่
หรือจะขนาดไหนก็ตาม หากขาดเสียซึ่งผู้บริหารหรือผู้นำซะแล้ว ขบวนก็ไม่เป็นขบวน
ไม่รู้หัวอยู่ไหน หางอยู่ไหน
ธนาคารหมู่บ้านก็เหมือนกัน เป็นองค์การทางการเงิน
ที่ทำหน้าที่บริหารการเงิน หรือจะเรียกกันว่าผู้ค้าเงินก็ได้
เพราะทำหน้าที่บริหารให้เงินเจริญงอกงามเพิ่มพูนมากขึ้น และมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น
ธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริบ้านคลองมะงั่ว
นับเป็นสถาบันการเงินที่ต้องการผู้บริหารเพื่อกำหนดทิศทางให้กับองค์กร การที่จะหาคณะกรรมการมาทำงานได้นั้น
มันก็ยากเหมือนกันเพราะแรก ๆ เราไม่มีค่าตอบแทนให้ไม่มีเงินเดือนให้
ต้องใช้จิตอาสาอย่างเดียว ทำกันด้วยความตั้งใจที่มีเกินร้อย
เพื่อให้ชุมชนได้พัฒนาและมีเงินหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ มีความสุขสบายมากขึ้น
ชุดแรก ๆ เข้ามา
เมื่อมีภารกิจต้องทำและสำคัญมากกว่าก็ลาออกกันไป ที่จริงแล้วจะพูดว่าลาออกก็คงไม่ได้เพราะตอนเข้ามาไม่ได้เขียนใบสมัคร
เอาเป็นว่าใครเข้ามาทำก็ทำ ใครจะออกก็ให้ออกไปเฉย ๆ คนที่อยู่โดยเฉพาะคีย์แมนทั้งหลาย
ก็สรรหากันเข้ามาใหม่
มีความรู้หรือไม่มีก็ไม่เป็นไร
ขอให้เขียนหนังสือเป็นอ่านหนังสือออกและเข้าใจหน้าทีของตัวเองได้ก็พอเดี๋ยวฝึกหัดกันไป ตั้งแต่ทำงานกันมา มีหลายคนหมุนเวียนเปลี่ยนไป
บางคนก็ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่ต้น ซาบซึ้งในอุดมคติขององค์กร บ้างก็รัก
บ้างก็ห่วงเพื่อน บ้างก็ห่วงหมู่บ้าน
ที่มีอยู่นั้นคละกันไประหว่างผู้ที่มีอายุมากและอายุน้อย
ปัจจุบันคณะกรรมการของเราเข้าใจบทบาทหน้าที่มากขึ้น
งานมีประสิทธิภาพ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ มีที่อายุมากก็ประมาณ ๖๐ ปี การศึกษาไม่ต้องพูดถึงก็บอกกันตั้งแต่ต้นแล้ว
ขอให้อ่านหนังสือเขียนได้ก็แจ๋วแล้ว นอกนั้นใจล้วน ๆครับ ต่อมา ก็มีหนุ่ม
สาวที่มีความรู้เข้ามาช่วยงานมากขึ้น ทั้งด้านเอกสาร คอมพิวเตอร์ มีผู้ที่เคยมองอยู่ข้างเวที
ด้วยความคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ มันจะล้มไหม ก็เข้ามาเป็นกรรมการ
เข้ามาเป็นสมาชิก
เพราะเวลาผ่านไปเราสูจญ์ให้เห็นแล้วว่าเราทำได้
เราทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างเช่น
ดต.บรรจง ศรีโยธี ซึ่งเป็นเขยของหมู่บ้านนึ้
ด้วยทัศนคติที่ว่า ไม่เคยชอบเลยกับการดำเนินกิจการธนาคารหมู่บ้านฯ
ได้แต่มองอยู่ห่าง ๆ
แต่ตอนนี้กลับเข้ามาช่วยงานอย่างเต็มตัวเลยที่เดียว เก่งทั้งด้านคอมพิวเตอร์และเป็นข้าราชการ
ได้นำเอาระบบงานซึ่งเรียกว่าประสบการณ์มาช่วยได้อย่างดี รับงานหน้าที่เลขาและดูแลการเงินของธนาคาร ระยะทางพิสูจญ์ม้าการเวลาพิสูจญ์ผลงานกันจริง
ๆ
อีกหลายบทเรียนที่เราได้ประสบพบเห็นและปัญหาต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันแก้ไข
คณะกรรมการนั้นเราถือว่าเป็นผู้นำที่ต้องทำตามกติกาหรือกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
แรก ๆ ก็ออกจะแหกกฏระเบียบกันบ้างพอเป็นตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีให้สมาชิกเห็น บางที่ก็ชอบที่จะเขียนระเบียบขึ้นมาปฏิบัติเอง
หมายถึงการเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำให้ระบบองค์กรเสียและซวนเซ
สมาชิกเอาแบบอย่างที่ไม่ดี ไม่ยึดเอากฏเกณฑ์มาเป็นข้อปฏิบัติ ดังนั้นคณะกรรมการถือเป็นหลักสำคัญ
หากไม่ทำตามกฎระเบียบซะแล้วองค์ก็มีแต่เสียหาย
ยิ่งองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการเงินด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
ถามว่าแล้วในธนาคารแห่งนี้ละมีไหม
ตอบได้เลยว่ามี แต่เราก็แก้กันด้วยระเบียบและการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ทำให้ปัญหานั้นหายไป และหันกลับมาทำงานที่ถูกต้องต่อไป แสดงว่าการสร้างความเข้าใจเป็นเรื่องใหญ่ต่อการบริหารงานทุกงาน
คณะกรรมการเราถือว่าเป็นผู้บริหารทั้งหมดแต่เรากำหนดโครงสร้างเอาไว้เพื่อให้รู้ว่าใครมีหน้าที่ทำอะไรเท่านั้น
การเป็นอยู่ก็คือเพื่อนกัน พี่น้องกัน
เราทำงานกันอย่างสนุก เหมือนครอบครัวเดียวกันเพราะเราอยู่กันมาทำงานร่วมกันมานับสิบปี
เรียนรู้ซึ่งกันจนเข้าใจกันเหมือนคนกันเอง บ่นกันบ้าง ว่ากันบ้าง
ดูกันบ้างก็ไม่โกรธกัน
เพราะทุกคนคิดว่านี่คืองานอันยิ่งใหญ่ที่เราทำเพื่อถวายในหลวง
ทำเพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองให้เจริญ
ไว้ให้ลูกหลานได้ใช้บริการธนาคารแห่งนี้เป็นคลังสำหรับบริหารทุนและนำประโยชน์ของทุนมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ
คณะกรรมการรุ่นแรกก็ต้องปลูกฝังแนวคิดการพัฒนาให้กับคนรุ่นใหม่ได้รับและเข้าใจทำงานที่ต้องใช้ความเสียสละสูงต่อไป
สังคมยังต้องอาศัย จิตอาสาและเสียสละสูง
หากมีแต่ความเห็นแก่ตัวแล้วสังคมจะเป็นอย่างไร
ธนาคารฯนี้ก็เหมือนกันหากคณะกรรมการเห็นแก่ตัว สมาชิกเห็นแก่ตัว
ทุกคนเห็นแก่ตัวเห็นแค่ประโยชน์ส่วนตัวที่จะได้เพียงเท่านั้น รับรองได้เลยว่า
ล้มเลิกในระยะเวลาอันสั้น และพินาศทางสังคมแน่นอน
องค์กรไหนที่มีคนเข้ามาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวอย่างเดียวแล้วละก็เตรียมแก้ปัญหาไว้ได้เลย แล้วใครละจะแก้ปัญหาและจะแก้กันอย่างไร
การประชุมคณะกรรมการทุกเดือนหรือพูดคุยกันบ่อย
ๆ จะทำให้ทุกคนปรับตัวเข้าหากันและร่วมมือแก้ไขปัญหา
ละความเห็นแก่ตัวของตนเองได้
การที่มีผู้นำทุ่มเทสรรพกำลังในการบริหารจัดการให้มันเป็นไปตามระบบด้วยการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
นั้นทำให้เกิดความร่วมมือเพราะทุกคนเห็นการเอาจริงเอาจัง
และมีผลงานเกิดให้เห็นเด่นชัด
เรียกว่าผลงานปรากฏ
เวลาประชุมเราจะพูดคุยกันถึงเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในเดือนนั้นที่เราทำงาน ทำให้เรารู้ทางในการแก้ปัญหา
ทำให้เรื่องเงินเสียหายหรือลูกหนี้เบี้ยวนั้นไม่มี เลย ทำไมกล้าพูดว่าไม่มี
เพราะเรามีระบบการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ
เราไม่ปล่อยปละละเลยต่อปัญหาและพยายามไม่สร้างปัญหาในองค์กร รู้หน้าที่
บทบาทของตนเอง ทำให้องค์การเดินต่อไปได้เป็นอย่างดี “๑๐
ปีแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ ก้าวต่อไปด้วยความมั่นคงด้วยเศรษฐกิจและสังคม”



ความคิดเห็น